ทำความเข้าใจวิถีชีวิตของกระทิงแอฟริกา

Wilderbeast

‘แอฟริกา’ เป็นทวีปมีขนาดอันดับ 2 ของโลก มีพื้นที่ทั้งหมด 30.2 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งรวมอาณาเขตของเกาะต่างๆที่อยู่ข้างเคียงแล้ว ทวีปแอฟริกาเป็นอีกดินแดนหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความน่าค้นหา และมีสัตว์ป่าหายากอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สัตว์บางชนิดที่ประเทศอื่นมี บางชนิดก็ยังมีสายพันธ์เฉพาะของแอฟริกาด้วย สำหรับในวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับกระทิงแอฟริกากัน

Wilderbeast หรือ Gnu เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มาของคำว่า ” Wilderbeast ” มาจากภาษาดัตช์แปลว่า ‘สัตว์ป่า’ หรือ ‘วัวป่า’ Wilderbeast มีความสูงจากเท้าจรดหัวไหล่ ประมาณ 1.3–1.5 เมตร โดยมีขนาดตัวเท่าๆกับวัวปกติทั่วไป มีความยาว 1.7–2.4 เมตร หางยาว 75–100 เซนติเมตร ตัวผู้มีน้ำหนัก 185–230 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนัก 150–180 กิโลกรัม มีเขาคล้ายเขากระทิง แต่เล็กกว่า มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย สีของลำตัวมีสีเทา แต่มีลายสีดำบริเวณใบหน้า หางยาวสีดำ มีเคราสีขาว หลังคอมีแผงขนสีดำยาวไปถึงช่วงไหล่ อายุประมาณ 12–20 ปี พบมากสุด คือ 40 ปี มีพฤติกรรมอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ บางฝูงสามารถอยู่รวมกันได้ถึงจำนวนหมื่นตัว มีตัวผู้ที่แข็งแรงที่สุดเป็นจ่าฝูง

ในเดือนพฤษภาคมของทุกๆปี เป็นช่วงกำลังเข้าสู่หน้าแล้ง อาหารหาการกินเริ่มหายาก ฝูง Wilderbeast จำนวนกว่า 1.8–2 ล้านตัว จะพากันอพยพจากทุ่งหญ้า Serengeti ใน Tanzania เดินทางไกลกว่า 1,500 กิโลเมตร เพื่อหาอาหาร เช่น หญ้าที่เกิดขึ้นใหม่ในทุ่งหญ้า Maasai Mara และจะหากินอยู่ในทุ่งนั้นประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่กันยายน –ตุลาคม ก็จะพากันอพยพกลับไปยังทุ่งหญ้า Serengeti ก็จะมีหญ้าสดใหม่เต็มท้องทุ่งรออยู่

โดยความจริงที่คุณต้องรู้ คือ ระหว่างอพยพทั้งไปและกลับ จะมี Serengeti ล้มตายประมาณ 200,000 ตัว สาเหตุมีหลายประการ เช่น เบียดเสียดกัน , ถูกจระเข้กิน , ตัวไหนอ่อนเพลีย ก็จะถูกสัตว์อื่นล่าเป็นอาหาร อาจฟังเป็นเรื่องที่ดูโหดร้าย แต่ถึงอย่างไรภาพการอพยพนั้นก็กลายมาเป็นภาพอันน่าประทับใจมาก Wilderbeast จะเดินตามผู้นำอย่างเป็นระเบียบ เมื่อถึงบริเวณหญ้างอกเงยอุดมสมบูรณ์ ก็จะหยุดเพื่อกินหญ้า ก่อนจะพากันออกเดินทางอีกครั้ง ก่อนที่ Wilderbeast ทั้งฝูงจะข้ามแม่น้ำนั้น พวกมันจะนออยู่ที่ริมตลิ่งเพื่อกินน้ำ เมื่อใดก็ตามที่ตัวจ่าฝูง กระโดดลงไปเป็นตัวแรก ตัวอื่นๆก็จะค่อยๆตามลงไป เมื่อกลับมาถึง Serengeti ลูก Wilderbeast จะเกิดใหม่ประมาณ 500,000 ตัว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม พวกมันก็จะร่วมเดินทางเพื่ออพยพในเดือนพฤษภาคมต่อไป